น้องตุ้ม ปริญญา บอสบ๊อกซิ่ง

ปริญญา  เจริญผล (น้องตุ้ม)

ประวัติ ปริญญา เจริญผล หรือเป็นที่รู้จักในชื่อ น้องตุ้ม เกิดเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2524 ที่จังหวัดเชียงใหม่ เป็นสาวประเภทสอง อดีตแชมเปียนมวยไทยที่ใช้ชื่อในการชกมวยว่า ปริญญา เกียรติบุษบา ยังเป็นนักแสดงและนางแบบ ชีวิตและเรื่องราวของเธอยังได้รับนำสร้างเป็นภาพยนตร์เรื่อง บิวตี้ฟูล บ๊อกเซอร์

เรื่องราวของ "น้องตุ้ม" ปริญญา เกียรติบุษบา หรือ ปริญญา บอสบ๊อกซิ่ง ..นักชกสาวประเภทสอง ที่โด่งเป็นพลุในเวหามวยไทยเมื่อประมาณปี 2541

หากเอ่ยชื่อ ปริญญา เจริญผล น้อยคนที่จะคุ้นหู แต่ถ้าบอกว่า"น้องตุ้ม"ปริญญา เกียรติบุษบา ยอดนักมวยไทยที่แปลงเพศจากชายเป็นหญิง คงจะต้องร้องอ๋อกันไปทั่ว ยิ่งยามนี้ชื่อเสียงกำลังโด่งดัง เพราะโดนผู้กำกับมือดีหยิบเอาเกร็ดชีวิตของเธอมาสร้างเป็นภาพยนตร์เรื่อง"บิวตี้ฟูล บ๊อกเซอร์" ซึ่งจะเข้าฉายในเร็วๆวันนี้ จึงทำให้เป็นที่จับตามองยิ่งนัก

"น้องตุ้ม" เล่าถึงชีวิตของตัวเองว่า วันนี้เปลี่ยนแปลงไปเป็นคนละคน ชีวิตหลักๆไม่ได้ชกมวยไทยเหมือนในอดีต หลังจากที่แปลงเพศตัวเองเป็น"หญิงไทย"เต็มตัว หลักๆก็คือไปโชว์ตัวตามงานต่างๆทั้งในและต่างประเทศ และบางครั้งก็จะมีการชกมวยไทยบ้างแต่ก็ไม่มากนัก ซึ่งบางคนอาจจะสงสัยว่าชกกับ"ผู้หญิง"ด้วยกันหรือเปล่า เธอตอบว่าไม่ใช่ ยังคงต้องชกกับผู้ชายร้อยเปอร์เซ็นต์เหมือนที่ผ่านมา โดย"น้องตุ้ม"ก็สวมกางเกง ใส่เสื้อกล้าม เตะต่อย และเข่า ตามปกติโดยมี"กระจับ" แบบพิเศษป้องกัน ที่สำคัญการชกห้ามใช้ศอกจึงทำให้บรรเทาโอกาสการเสียโฉมไปได้

นอกจากนี้ "น้องตุ้ม"ยังได้กล่าวเล่าเรื่องส่วนตัวให้ฟังอีกว่า ทุกวันนี้มีความสุขดี โดยได้รับเลี้ยงเด็กเอาไว้คนหนึ่งในฐานะ"ลูก" โดยมีพ่อและแม่มาช่วยดูแล ซึ่งก็ทำให้ตัวเองรู้สึกว่าชีวิตทุกวันนี้ต้องทำอะไรเพื่อ"ลูก"ให้มากที่สุด

ส่วนเรื่องเงินทองก็ไม่ได้ขัดสนอะไรมากนัก มีใช้และมีเก็บก็ไม่มากมาย โดยหลักก็ได้จากการไปโชว์ตัวที่ต่างประเทศ และการเล่นละครกับภาพยนตร์

ทุกวันนี้ตั้งใจและคิดเอาไว้อยากจะมีบ้านเป็นของตัวเองสักหลังไม่ต้องใหญ่โต ขอเพียงให้ชีวิตอบอุ่นก็พอ

"ตุ้ม"รู้ตัวดีว่า ตัวเองมาจากไหนเป็นใคร ไม่เคยคิดจะทะเยอทะยานจนเกินตัว

และสิ่งหนึ่งที่ตุ้มอยากจะทำมาก และคิดว่านี้คือชีวิตของ"ตุ้ม" ก็คือการมี"ยิมเปิดสอนมวยไทยเล็กๆ" ซึ่งสถานที่แห่งนี้จะรับสอนคนต่างชาติที่ต้องการเรียนศิลปะแม่ไม้มวยไทย รวมถึงคนไทยด้วย



แต่ที่ผ่านมาไม่ได้คิดว่าจะมีใครมาสนใจชีวิตของตนเองจนต้อง เอามาทำหนัง แต่เมื่อมีหลายคนติดต่อมาก็เลยเกิดความรู้สึกว่า คนให้ความ สนใจชีวิตตัวเองเยอะ อาจเป็นเพราะสภาพของการเป็นนักมวยที่ไม่เหมือน ใคร

จนกระทั่งมีโอกาสได้พบเจอกับ นายเอกชัย เอื้อครองธรรม ผู้กำกับชื่อดัง เจ้าของผลงานกำกับเรื่อง แฝดอิน-จัน โดยมีการติดต่อพูดคุยกัน หลายครั้ง จนรู้สึกว่าเขาสนใจชีวิตของตนในแง่มุมที่หลากหลาย โดยเฉพาะ ในด้านอารมณ์ ความรู้สึกต่างๆ ซึ่งเมื่อพูดคุยแล้วถูกคอสบายใจก็เลยทำให้ กล้าเล่าเรื่องราวหลายอย่างที่ไม่เคยเล่าให้ใครฟัง

“ตอนแรกตุ้มไม่รู้ว่าคุณเอกชัยเป็นผู้กำกับชื่อดัง แต่เมื่อได้พูด คุยกับเขาแล้ว ชอบความคิดของเขาที่บอกว่าเขาไม่ได้ต้องการทำหนังกะเทย นะ แต่เขาจะทำหนังที่สะท้อนภาพชีวิตของคนที่มีความฝัน เป็นความฝันของ ผู้ชายคนหนึ่งที่ต้องต่อสู้

เป็นชีวิตของคนๆ หนึ่งที่ยืนอยู่บนเวทีมวยเพื่อที่จะขึ้นชกหา เงินมาเลี้ยงตัวเองและครอบครัว ซึ่งชีวิตตุ้มนั้นธรรมชาติมันโหดร้ายกับตัวตุ้ม มาก มากพอที่จะทำให้ตุ้มเข้มแข็ง พลิกชีวิตที่เคยตกต่ำให้ค่อยๆ ดีขึ้นมา เรื่อยๆ

และจากอาชีพนักมวยนี้ก็ทำให้ตุ้มสามารถสร้างความฝันลึกๆ ในใจที่ต้องการเป็นผู้หญิงให้กับตัวเองได้จนสำเร็จ จุดนี้ทำให้ตุ้มรู้สึกว่า ถ้าได้นำเสนอชีวิตตุ้มจากมุมมองของตุ้มเองให้คนภายนอกได้รับรู้ก็คงเป็นเรื่อง ที่ดีมาก”

น้องตุ้มกล่าวว่า ด้วยมุมมองของผู้กำกับคนนี้ที่แตกต่างจากราย อื่นที่ติดต่อเข้ามา จึงตอบตกลงเซ็นสัญญาขายลิขสิทธิ์ 5 ปี ให้กับผู้ผลิตภาพ ยนตร์ในเครื่อแกรมมี่ นำเรื่องราวชีวิตของตนไปผลิตเป็นภาพยนตร์เมื่อช่วง กลางปีที่ผ่านมา

“ที่เขาเอาเรื่องเรามาทำหนัง ก็ได้มีการขายลิขสิทธิ์เซ็นสัญญา กันแล้วเรียบร้อย ซึ่งตุ้มไม่สามารถนำเอาเรื่องชีวิตของตนเองไปทำหนังให้กับ ค่ายอื่น หรือทำเป็นหนังสือพ็อกเกตบุ๊คส์ให้กับใครได้ ภายในเวลา 5 ปีเต็ม

อดีตนักมวยนะยะกล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ยังมีคนมองเห็นชีวิตของ เขาในแง่มุมที่แตกต่างไปจากส่วนใหญ่ เห็นเขาเป็นนักมวยกะเทยแต่เพียงด้าน เดียว และภาพยนตร์เรื่องบิวตี้ฟูล บ็อกเซอร์ ที่กำลังจะสร้างขึ้นในเร็วๆ นี้ ก็คงเป็นสิ่งที่ดีที่ทำให้คนทั่วโลกได้รู้จักชีวิตของตุ้มได้ดียิ่งขึ้น ไม่ใช่แค่รู้จักตุ้ม เพียงแค่ภาพของการเป็นนักมวยกะเทย

“มีคนเอาชีวิตเราไปทำหนังให้คนทั่วโลกดู มันเป็นสิ่งที่เราคาด ไม่ถึงจริง แต่เมื่อมีโอกาสเช่นนี้แล้ว เราก็อยากให้คนดูหนังเรื่องนี้ได้ข้อคิดที่ ว่า อยากให้ทุกคนลุกขึ้นมาสู้กับชีวิต ถ้าเรามีความพยายามแล้ว ทุกอย่างคง ไม่มีอะไรเกินความตั้งใจไปได้แน่นอน

ตุ้มได้แต่หวังว่าหนังที่สร้างขึ้นน่าจะเป็นกำลังใจให้กับคนที่ ท้อแท้ลำบากได้เยอะ และตุ้มก็เชื่อว่ายังมีคนที่ลำบากกว่าตุ้มอีกเยอะ”

น้องตุ้มเปิดเผยว่า ตนเองจะมีส่วนร่วมในการผลิตภาพยนตร์ เรื่องนี้ด้วย ในฐานะที่ปรึกษาให้กับผู้กำกับภาพยนตร์ โดยที่ไม่ขอรับบทเป็น ตัวเองในหนัง แต่คาดว่าทางผู้กำกับจะมอบบทใดบทหนึ่งในเรื่องให้กับเขาได้ เล่นด้วยเช่นกัน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น